เกี่ยวกับเกมนี้ →
เพราะฝันนั้นสุดจะเอื้อม ลอตเตอรี่จึงเป็นคำตอบ
มิลตัน ฟรีดแมน (Milton Friedman) นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล [2] อธิบายว่า คนเราไม่ซื้อลอตเตอรี่เพียงเพื่อที่จะถูกรางวัลเล็กๆ ซึ่งต่อให้ถูกรางวัลเล็ก ความสุขก็ไม่ได้เพิ่มเท่าไหร่ เพราะยังอยู่ในชนชั้นทางเศรษฐกิจเดิม ผู้ซื้อลอตเตอรี่รู้ดีว่าโอกาสถูกรางวัลใหญ่มีเพียงน้อยนิด แต่ก็ตัดสินใจเสี่ยง เพราะถ้าถูกรางวัลใหญ่ จะสามารถยกระดับการบริโภคไปสู่อีกระดับชั้นทางเศรษฐกิจ ทำให้ได้รับอรรถประโยชน์ผ่านการบริโภคเพิ่มขึ้นอย่างมาก พูดอีกนัยหนึ่งคือ เราอาจไม่ได้ซื้อลอตเตอรี่ เพราะต้องการเปลี่ยนหลอดไฟห้องเช่าของเรา
ลอตเตอรี่คือเกมที่ถูกออกแบบมาให้คนซื้อ ‘ขาดทุน’
บางคนอาจเถียงว่า “ไม่มีใครซื้อทุกเลขหรอก! ” ซึ่งก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้เราพ้นจากข้อเท็จจริงที่ว่าโอกาสถูกรางวัลมีน้อยมาก ถ้าซื้อลอตเตอรี่ 1 ใบ โอกาสที่จะถูกรางวัลใดรางวัลหนึ่ง (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นรางวัลเลขท้าย 2 ตัว) จะอยู่ที่ประมาณ 1.42 ใน 100 เท่านั้น ซึ่งพอๆ กับการเอาไพ่สองสำรับมารวมกัน แล้วต้องหยิบ A โพธิ์ดำของสำรับแรกให้ถูก ในขณะที่โอกาสถูกรางวัลที่ 1 อยู่ที่หนึ่งในล้าน ถ้าให้เปรียบเทียบง่ายๆ ก็คือ ต้องให้คน 10 คนมายืนเรียงกัน แล้วเราต้องสุ่มเส้นผมเส้นเดียวให้ถูกในคน 10 คนนั้น [1]
ลำดับที่ควรรู้ก่อนเริ่ม
แบ๊งค์ งามอรุณโชติ , กัญญาณี แสงลี, และวิมลณัฐ เครือฮ่อง เสนอแนะ 5 ขั้นตอนในการปฏิรูปกฎหมายและระเบียบที่ฉุดรั้งเศรษฐกิจไทย อีกทางหนึ่งในการทำความเข้าใจ ซื้อ ลอตเตอรี่ 100 ใบ ให้รอบด้านคือการเทียบกับ ถูกหวย 3 ตัว ตรง 500 500 ได้เท่าไหร่? ซึ่งอยู่ในประเด็นใกล้เคียงกัน
ข้อควรระวังที่ไม่ควรมองข้าม
นอกจากนี้ ความไม่เท่าเทียมกันในสังคมก็อาจเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนซื้อลอตเตอรี่เช่นกัน แกรี เบกเคอร์ (Gary Becker) [4] นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล อภิปรายว่า ในสังคมที่มีความไม่เท่าเทียม คนจะยิ่งมีแรงปรารถนาที่จะมีสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น เพราะสถานะทางสังคมที่สูงขึ้นจะช่วยเพิ่มความสุข (utility) ของคนได้ และยิ่งการเลื่อนชั้นทางสังคมทำได้ยาก การที่คนมีพฤติกรรมที่ชอบเสี่ยง (risk-taking) ผ่านการซื้อลอตเตอรี่เพื่อหวังสถานะทางสังคมที่สูงขึ้น จึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ อย่างไรก็ดี